srikho tv

ข่าวสาร ทั่วไป และวัฒนธรรมท้องถิ่น ประเพณี

วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

มณฑลทหารบกที่ 25 จ.สุรินทร์ ลงนามถวายพระพร และบริจาคโลหิต ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

 


มณฑลทหารบกที่25 ลงนามถวายพระพร และบริจาคโลหิตถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา 12 สิงหาคม

วันที่ 11 สิงหาคม 2566 ที่สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พล.ต.ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา 12 สิงหาคม 2566 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

จากนั้นพล.ต.ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ได้นำกำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 25 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 สมาคมแม่บ้านทหารบก .สาขามณฑลทหารบก ที่ 25 ร่วมพิธีลงนามถวายพระพร และร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการ ต่อพสกนิกรชาวไทย โดยโรงพยาบาลค่ายวีรัช














โยธินมณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมกับ โรงพยาบาลสุรินทร์ และสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ มารับบริจาคในครั้งนี้ โดยมี กำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 25 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23   นักศึกษาวิชาทหาร ต นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมบริจาคโลหิต





วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566

131 ปี "วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน"บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน




















 131 ปี "วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน"  บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน

    วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน  เชิดชูเสาหลักแห่งแผ่นดิน ด่านหน้า บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน

 นายกิตติ  สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิ เป็นประธานเปิดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ณ.หอประชุมอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพนย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ทั้ง 228หมู่บ้านในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ เข้าร่วมงานกัน พร้อมกับมอบ รางวัลให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ช่วยผู้ใหญ่สารวัตรกำนันดีเด่นประจำปี 66

     เนื่องในโอกาสวันที่ 10 สิงหาคม “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” เวียนมาบรรจบครบรอบ 131 ปี กระทรวงมหาดไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของ สถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชน

ในวันที่ 10 สิงหาคม 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ บ้านเกาะ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงถือเป็นจุดกำเนิดในการจัดตั้งสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ รวมถึงเพื่อยกย่องเชิดชูการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กระทรวงมหาดไทย จึงได้ประกาศให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน”

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นตำแหน่งที่มีอยู่คู่กับสังคม และการปกครองของไทยมาอย่างยาวนาน มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอในการรักษาความสงบเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน การอำนวยความเป็นธรรม ดูแลความเป็นอยู่ทุกข์สุขของประชาชนเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน หัวใจหลักของภารกิจงานกรมการปกครองอยู่ที่อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหน่วยการปกครองระดับฐานรากที่เป็นจุดเชื่อมในการยึดโยงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหลอมรวมประชาชนให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทำหน้าที่ช่วยเหลือบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการ และหน่วยงานทุกฝ่ายในพื้นที่ให้ประสบผลสำเร็จ

แม้การปกครองท้องที่ในระดับตำบลและหมู่บ้านจะเป็นหน่วยปกครองที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหน่วยการปกครองในระดับอื่น เนื่องจากตำบลและหมู่บ้านเป็นหน่วยปกครองที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน สามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ถึงแม้บริบทของสภาพสังคม การเมืองการปกครองจะเปลี่ยนไป กำนันและผู้ใหญ่บ้านก็ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชน จึงกล่าวได้ว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งจากระดับฐานราก ให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี หมู่บ้าน ตำบลมีความมั่นคงปลอดภัย

ผู้ว่าฯ จังหวัดสุรินทร์ สั่ง นายอำเภอศีขรภูมิ เร่งช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนน้ำประปาไม่ไหล ไม่จ่ายค่าไฟฟ้าที่ใช้ สูบน้ำประปา

 ผู้ว่าฯเมืองช้าง สั่ง นอภ.ศีขรภูมิ เร่งช่วยชาวบ้านเดือดร้อนน้ำประปาไม่ไหล เหตุไม่จ่ายค่าไฟฟ้าที่


ใช้สูบน้ำประปา

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.66             





นายนปกรณ์ คะนึงเพียร ปลัด อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้ทำการเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเปรียงหมู่ ที่ 4 ตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ  หลังจากที่มีชาวบ้านจำนวน 150 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำไว้ใช้อุปโภค-บริโภคในครัวเรือนตลอดจนเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนขาด น้ำไว้บริโภคภายในโรงเรียนหลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้





นายนปกรณ์ คะนึงเพียร ปลัดอำเภอศีขรภูมิ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลตำบลจารพัต ได้กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่าน้ำประปาภายในหมู่บ้านไม่สามารถใช้การได้เพราะคณะกรรมการค้างค่าไฟจำนวน 1 แสน กว่าบาท และทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ทำการตัดไฟ ขนาด 30 แอมป์ ออกไปจึงทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้อุปโภค บริโภคมาหลายวันแล้ว    


     


               อำเภอศีขรภูมิ โดยนายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิ ได้รับคำสั่งจากนายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ สั่งการให้มอบหมายให้ปลัดที่รับผิดชอบประจำตำบลเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยการประสานงานไฟฟ้า        และองค์การบริหารส่วนตำบลจารพัต  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน โดยการมีมติให้ไฟฟ้านำมาติดตั้งมิเตอร์แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนสำหรับเงินที่ค้างค่าไปแสนกว่าบาททางอบต.จารพัต  นายก และปลัดอบต.จะรีบดำเนินหาเงินอุดหนุนมาชำระค่าไฟฟ้าพร้อมกับได้มอบหมายทางทางคณะกรรมการหมู่บ้านชุดใหม่ดำเนินการต่อไป






   ชาวบ้านเปรียง กล่าวด้วยความดีใจว่า ตนเองรู้สึกดีใจที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายอำเภอศีขรภูมิ รวมทั้ง อบต.จารพัต ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อพี่น้องประชาชนชาวบ้านเปรียง หมู่ที่ 4 ตำบลจารพัต  ที่เดือดร้อนไม่มีน้ำใช้มานานหลายวัน และต้องขอขอบคุณนักข่าว  พร้อมทั้ง นายอำเภอศีขรภูมิ ปลัดอบต.จารพัต และนายกอบต.จารพัต  กำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอศีขรภูมิที่ได้เอาใจใส่ดูแลทำให้วันนี้พี่น้องชาวบ้านเปรียงให้มีน้ำใช้มาอีกครั้ง      

วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ตม.สุรินทร์ รวบหนุ่มCall Center ชาวเวียนนามลักลอบเข้าไทย

 ตม.สุรินทร์ รวบหนุ่ม Call Center ชาวเวียดนาม ลักลอบเข้าไทย

ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ท.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4  พ.ต.อ.สิทธิ์ ศิริกังวาลกุล พ.ต.อ.มนูวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 ให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมาย

ล่าสุด วันที่ 8 ส.ค.66 เจ้าหน้าที่งานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สุรินทร์ บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 ฐานภูหลวง จับกุมนายโง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี สัญชาติเวียดนาม ไม่มีหนังสือเดินทาง จากการสอบถามนายโง ให้การว่า ตนเองเป็นชาวเวียดนาม มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดตราวินห์ (Travinh) ประเทศเวียดนาม ลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานเกี่ยวกับแอ็ดมินหน้าคอมฯ (CallCenter) ในประเทศกัมพูชาหัวหน้าแก้งคนจีน เรียกเงินค่าหัวแสนกว่าบาทเพื่อแลกเปลี่ยนอิสระภาพ ตนเองไม่มีเงินให้ เลยหลบหนีฝ่าความมืดหนีฝ่าป่าชายแดนเข้าไทย หลังจากได้ทำงานประมาณ 2 เดือน ตนเห็นว่าไม่สามารถทำงานต่อไปได้อีกทั้งไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าหัวให้แก่หัวหน้าแก้งค์คนจีน จึงหลบหนีออกมาเพื่อหาทางกลับประเทศเวียดนาม เดินหลงทาง อดน้ำอดข้าวและหลบซ่อนในป่าชายแดนประมาณ 3 วัน จนกระทั่งพบชาวบ้านที่พามาส่งให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าว   

จากการตรวจสอบข้อมูลและเปรียบเทียบใบหน้าด้วยระบบไบโอเมตริกส์ (BIOMETRIC) ของ สตม. ไม่พบข้อมูลการเดินทางหรือข้อมูลใดๆ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ทราบว่าการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่มีหนังสือเดินทาง ไม่ผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้คนต่างด้าวทราบว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงบันทึกจับกุมและควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.กาบเชิง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  





วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ชาวบ้าน เดือดร้อนหนัก น้ำประปาไม่มีใช้












 !!! อำเภอศีขรภูมิ ชาวบ้าน เดือดร้อนหนัก !!! เรื่องน้ำประปาไม่มีใช้

ชาวบ้านเปรียง หมู่4 ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ กว่า 150 ครัวเรือนและนักเรียนในโรงเรียนเดือดร้อนหนักไม่มีน้ำประปาใช้        หลังจากที่ กฟภ.ตัดไฟและถอดมิเตอร์ไฟฟ้าโรงสูบน้ำประปาหมู่บ้านไป เหตุคณะกรรมการฯ ไม่มีเงิน ค้างจ่ายค่าไฟกว่า 1.11แสนบาท ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเหลือด่วน

วันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในเขตพื้นที่หมู่บ้านเปรียง หมู่ที่ 4 ตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ หลังจากที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขาศีขรภูมิ ได้ให้เจ้าหน้าที่มาตัดไฟฟ้าและถอดมิเตอร์ไฟฟ้าโรงสูบน้ำประปาประจำหมู่บ้านออกไป ทำให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำประปาเดือดร้อนหนัก ไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภค ประกอบกับเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนบ้านเปรียงในเขตตำบลจารพัตเดือดร้อนไปด้วย ทางโรงเรียนต้องซื้อน้ำจากประปาศีขรภูมิ มาสำรองให้เด็กนักเรียนได้ใช้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหมู่บ้านดังกล่าว ชาวบ้านผู้เดือดร้อนได้ขอร้องให้ผู้สื่อข่าวนำเสนอข่าวเพื่อให้ทางหน่วยงาน อบต.ที่รับผิดชอบลงมาดูแลและแก้ไขปัญหาให้โดยด่วน เพราะชาวบ้านจำนวน 150 ครัวเรือนไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภค โชคดีที่ช่วงนี้หน้าฝนมีฝนตกลงมาได้ 2 ถึง 3 วัน พอมีน้ำไว้ใช้ซักผ้า หุงข้าวได้บ้าง

นางลำดวน บุตรชาติ อายุ 57 ปี ชาวบ้านผู้ใช้น้ำบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนและครอบครัวต่างได้รับความเดือดร้อนกันไปหมดหลังจากที่การไฟฟ้าฯ ยกมิเตอร์ไฟฟ้าไป สาเหตุเพราะอะไรตนเองไม่ทราบ พอสอบถามคณะกรรมการบอกว่าการไฟฟ้าฯ เขาถอดมิเตอร์ไปได้ 3 วัน แล้วเพราะคณะกรรมการไม่ได้นำเงินไปจ่ายค่าไฟฟ้าเขาจึงมายึดมิเตอร์ไปไว้ก่อน จนกว่าจะชำระค่าไฟฟ้าเสร็จถึงจะนำมาติดตั้งไว้เหมือนเดิม ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่พอใจว่าเงินที่พากันเก็บไปค่าน้ำหน่วยละ 7 บาทแล้วเอาไว้ที่ไหน ทำไมไม่นำไปจ่ายค่าไฟฟ้า

ด้าน น.ส.อลิสา แย้มประโคน อายุ 40 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากโดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงต้องทำความสะอาดตลอด                            ทางคณะกรรมการชุดก่อนไม่นำเงินไปจ่ายค่าไฟฟ้าจำนวนกว่า 1.11 แสนบาท ทำให้การไฟฟ้าฯ มาถอดเอามิเตอร์ไฟฟ้าสูบน้ำประปาไปเลยทำให้น้ำประปาไม่ไหล เราเดือดร้อนกันหนักวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยดูแลเพราะน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าขาดน้ำพวกเราต้องตายแน่ๆ และ สงสารลูกเด็กเล็กแดงที่ไม่มีน้ำล้างหน้าแปรงฟันไปโรงเรียน นี่ถือว่าโชคดีที่มีน้ำฝนเก็บเอาไว้บ้างพอจะช่วยได้วันต่อวันเท่านั้น ต้องใช้น้ำอย่างจำเป็น

ทางด้าน นายสุทัศน์ สิริรจน์ กำนันตำบลจารพัต โทรศัพท์แจ้งมายังผู้สื่อข่าวว่า เรื่องดังกล่าวพอจะทราบอยู่บ้างว่าปัญหาที่มาที่ไปเพราะรายละเอียดต่างๆ ทาง อบต.ก็รู้และผู้ใหญ่บ้านก็รู้ เพราะก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะลาออกจากการเป็นคณะกรรมการ ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เคลียร์และมอบให้คณะกรรมการชุดใหม่ไปหมดแล้ว และปัญหาเงินที่ค้างและติดหนี้กว่า 1 แสนบาทนั้น อยากให้คณะกรรมการตลอดจนผู้ใช้น้ำออกมาชี้แจงให้ทางคณะกรรมการได้รับทราบและหาทางแก้ไขช่วยกัน อย่าปล่อยให้ผู้ใช้น้ำเดือดร้อนกันแบบนี้


ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อ นายจิตรกร พรกวีรัตน์ นายก อบต.จารพัต ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งทาง อบต.ก็มีส่วนในเรื่องของการจ่ายค่าน้ำค่าไฟฟ้าของชาวบ้านก่อนที่จะมาตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาดูแลและมีคณะกรรมการบางคนถึงกับเอ่ยปากว่า หากทางราชการไม่มาช่วยพวกเราต้องช่วยกันบริจาคเงินคนละ 600 บาท หรือจัดทำผ้าป่าขอบริจาคเงินหาทางช่วยเหลือเพื่อนำไปจ่ายค่าหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อที่จะได้มีน้ำประปาใช้กันต่อไป ถ้าไม่ทำเช่นนี้ลูกหลานและคนชราจะเอาน้ำที่ไหนมาทำความสะอาดห้องส้วมห้องน้ำและจะเอาน้ำที่ไหนมาใช้อุปโภคบริโภค

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2566

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นำประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี ปลูกต้นไม้ ปล่อยสัตว์น้ำสร้างจิตสำนึก จิตอาสาพัฒนาสวนสาธารณะ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566












 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ นำประชาชนชาวจันทบุรี  ปลูกต้นไม้ ปล่อยสัตว์น้ำ สร้างจิตสำนึก "จิตอาสาพัฒนา สวนสาธารณะพระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ"  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในวันที่ 12 สิงหาคม 2566 นี้


     วันนี้ (5 ส.ค.66) เวลา 10.00 น. ณ สวนสาธารณะ พระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานโครงการ "จิตอาสาพัฒนา สวนสาธารณะพระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ"  โดยร่วมกับจังหวัดจันทบุรี

สมาคมชาวใต้จันทบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี  นำประชาชนชาวจันทบุรี  ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายเอกชน ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชนจิตอาสา กว่า 1,000 คน  ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ 1,070 ต้น รอบบริเวณสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช(ทุ่งนาเชย)  ประกอบด้วย ต้นพะยูง 20 ต้น และต้นทองอุไร 1,000 ต้น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พร้อมทั้งปล่อยปลาตะเพียน จำนวนกว่า 30,000 ตัว


พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ เป็นการแสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา อีกทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชกรณียกิจของพระราชบิดา   

โดยที่ผ่านมา สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมย์ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 13 โดยที่ผ่านมารวมถึงครั้งนี้ได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 30,000 ต้น และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลา  444,000 ตัว ปู กุ้ง จำนวนกว่า 115 ล้านตัว  ซึ่งสมาคมฯ จะดำเนินกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกจังหวัดภาคใต้และจะขยายกิจกรรมไปยังภาคอื่นทั่วประเทศไทย